เดือนที่ผ่านมา AI ตัวหนึ่งของ Anthropic ที่ชื่อว่า Mythos อ่าน source code ของระบบปฏิบัติการ OpenBSD และพบช่องโหว่อายุ 27 ปี ที่ผ่านสายตา reviewer มนุษย์ทุกคน และซอฟต์แวร์ตรวจจับโค้ดทุกชนิดมาเกือบสามทศวรรษโดยไม่มีใครสังเกต
ในงาน Code w/ Claude 2026 ของ Anthropic เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา คุณ Ammi Vora ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Anthropic ใช้เคสนี้สื่อภาพเดียว ความเร็วของ AI ปีนี้ ไม่เท่ากับปีก่อน ปีก่อนเราตื่นเต้นที่ Agent ทำงานต่อเนื่องได้ 1 ชั่วโมง 6 เดือนก่อน Agent เริ่มทำงานข้ามคืน ตื่นมาเจองานเสร็จ และเดือนที่แล้ว มันเริ่มเจอสิ่งที่มนุษย์ทั้งวงการมองข้าม
ในงานนี้ Anthropic ไม่ได้แค่เปิดตัวโมเดลใหม่ แต่เปิดตัวฟีเจอร์ชุดใหญ่ที่เปลี่ยนความหมายของคำว่า 'การเขียนโค้ด' ไปเลย จากเดิมที่ AI เป็นแค่ผู้ช่วย กลายมาเป็นผู้ทำงาน ส่วนคนทำหน้าที่ตั้งเป้าหมายและตัดสินใจ
[Auto Mode ที่กล้าตัดสินใจแทน]
ใครเคยใช้ Claude Code คงเข้าใจความรำคาญของการต้อง 'กดอนุญาต' ทีละครั้ง เพื่อให้ AI ทำงานแต่ละขั้นต่อ ในปีที่ผ่านมา งานหนึ่งชิ้นอาจมีหน้าต่างขออนุญาตเด้งขึ้นมา 100 ถึง 200 ครั้ง
แต่ปีนี้ Anthropic เปิดตัว Auto Mode ที่ใช้ระบบคัดกรองตรวจสอบให้ก่อนว่า สิ่งที่ Claude กำลังจะทำนั้น มีความเสี่ยงเป็นการลบข้อมูลสำคัญ หรือเป็นช่องโหว่ความปลอดภัยหรือไม่ ถ้าปลอดภัย ระบบก็อนุมัติแทนเรา ถ้าไม่ปลอดภัย Claude ต้องหาทางอื่นเอง
[Routines ที่ทำให้ Claude สั่ง Claude]
นี่คือฟีเจอร์ที่เปลี่ยนความหมายของคำว่า 'การเขียนโค้ด' แทนที่เราจะเป็นคนสั่งงาน Claude ทุกครั้ง ตอนนี้เราสามารถตั้ง Routines ครั้งเดียว แล้วให้ระบบทำงานเองตามเวลาที่กำหนด หรือทำงานทันทีที่เกิดเหตุการณ์บางอย่าง เช่น มีคนเปิด Issue ใหม่ใน GitHub
[AI หลายตัวทำงานไปพร้อม ๆ กัน]
ปัญหาคลาสสิกของการเปิด Claude Code หลายหน้าจอพร้อมกันคือ AI สองตัวอาจไปแก้ไฟล์เดียวกันจนพัง Anthropic เลยออก worktrees ใหม่เพื่อให้ AI แต่ละตัวทำงานคนละโฟลเดอร์ไม่ปะทะกัน
ที่น่าสนใจคือเราไม่ต้องสั่งให้สร้างเองทุกครั้ง Claude ตัดสินใจได้เองว่างานนี้ควรแยกกันทำงานหรือไม่ พูดอีกแบบหนึ่งคือ Claude เริ่มมีความสามารถในการ 'จัดสำนักงาน' ของตัวเอง
อ่านต่อได้ที่ :
https://
techsauce.co/ai/claude-code
-new-features-2026
…
ลองนึกภาพว่าถ้าคุณใส่ Wearable ที่ติดตามสุขภาพ 24 ชั่วโมง ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี เลือกระหว่าง Whoop กับ Fitbit Air ตัวใหม่ของ Google จะต้องจ่ายเงินรวมกันต่างกันแค่ไหน ?
Whoop 5.0 อยู่ที่ราว 597 ดอลลาร์ ส่วน Whoop Life ที่มี ECG (เซ็นเซอร์วัดคลื่นหัวใจไฟฟ้า) กระโดดขึ้นไปถึง